การยกดัมเบลที่ไม่หนักเกินไปจะช่วยฟื้นฟูกำลังแขนได้เช่นกัน

978a

สาวๆหลายคนอาจเป็นกังวลว่า หากยกดัมเบลบ่อยๆจะกลายเป็นหญิงล่ำไปเสีย ขอบอกไว้เลยว่าเป็นไปได้ยาก เว้นแต่จะฝืนยกดัมเบลหนักเกินกำลังจนกล้ามแน่น เพราะแขนของเราไม่ได้เกิดมาเพื่อให้กล้ามขึ้นได้ง่ายๆ อย่างของคุณผู้ชาย ฉะนั้น ต่อให้คุณเล่นเป็นประจำก็จะมีเพียงกล้ามเนื้อแขนที่กระชับแข็งแรง หรือบางคนอาจมีกล้ามอ่อนๆ แสดงถึงความเป็นสปอร์ตเกิร์ลเท่านั้น และนี่คือประโยชน์ต่างๆที่จะ ได้จากการยกดัมเบลค่ะ กล้ามเนื้อแขนแข็งแรงขึ้น แขนของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อสองส่วน คือไบเซ็ปส์และไตรเซ็ปส์ซึ่งทำหน้าที่หดตัวและคลายตัวสลับกันไป การยกดัมเบลเป็นประจำไม่ว่าท่าไหน จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงแก่กล้ามเนื้อทั้งสองส่วน เราจึงยกของหนักได้ง่ายขึ้นใช้แรงแขนในการจับ ถือ หิ้ว โหน หรือแม้แต่ควบคุมพวงมาลัยรถได้ดีขึ้นด้วย กล้ามเนื้อแขนยืดหยุ่นขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อแขนได้รับการบริหารบ่อยๆ จะไม่มีอาการปวดตึง บาดเจ็บง่าย หรือฟกช้ำง่ายอีกต่อไป สร้างความแข็งแรงแก่ข้อมือและปลายแขน เพิ่มแรงบีบของฝ่ามือทั้งสองข้างรวมถึงช่วยกระชับกล้ามเนื้อลำตัวส่วนบน ทั้งกล้ามเนื้ออก กล้ามเนื้อสะบักและกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัวได้ด้วย

สำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุการยกดัมเบลที่ไม่หนักเกินไปจะช่วยฟื้นฟูกำลังแขนได้เช่นกัน นอกจากนี้การยกดัมเบลยังเป็นหนทางเผาผลาญไขมันได้ดีมากวิธีหนึ่ง จึงนับเป็นขุมทรัพย ในการลดน้ำหนักระยะยาวได้เลือกดัมเบลให้เหมาะสม เราสามารถเลือกซื้อดัมเบลหลายรูปแบบได้จากร้านอุปกรณ์กีฬาทั่วไป ทั้งแบบโลหะ แบบพลาสติก แบบที่ถอดปรับน้ำหนักได้ หรือแบบที่ปรับน้ำหนักไม่ได้แต่ไม่ว่าจะแบบใดก็ควรเลือกขนาดที่จับกระชับ ไม่หลุดมือง่าย ไม่เบาไป ไม่แข็งจนเจ็บมือ ไม่ใหญ่จนกำไม่ถนัดและมีน้ำหนักพอเหมาะให้เราถือเล่นได้นานๆ คะเนได้จากเมื่อลองยกเล่นสัก 10 ครั้งแล้วยังไหวก็ใช้ได้แล้ว เมื่อทำประจำจนชินอาจเพิ่มน้ำหนักขึ้นได้ตามสะดวก น้ำหนักดัมเบลที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ทางที่ดีที่สุดคือ ต้องไปลองยกดูก่อนตัดสินใจซื้อ หากดัมเบลที่มีขายยังไม่ถูกใจ ไม่ใช่สไตล์ที่โดน ลองหาขวดน้ำพลาสติกความจุประมาณ 1.5 ลิตรมาพันด้วยผ้าหรือทาสีให้สวยงาม หุ้มตรงกลางขวดด้วยฟองน้ำนุ่มๆ สำหรับจับ ใส่น้ำ ทราย หรือก้อนกรวดเข้าไป เมื่อลองยกแล้วให้น้ำหนักที่ไม่มากหรือน้อยเกินแสดงว่าใช้ได้แค่นี้ก็มีดัมเบลเก๋ไม่ซ้ำใครไว้ใช้งานแล้ว

วิธีการสร้างรายได้ของธุรกิจร้านอาหารในลาวให้ประสบความสำเร็จ

SAM_0954

ก่อนจะทำอะไรก็ตามเราควรจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนลงมือทำทุกครั้ง ซึ่งการดำเนินธุรกิจก็เช่นกันเดียวกัน นักลงทุนจำเป็นต้องทราบถึงเป้าหมายของธุรกิจเสมอ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ถึงทิศทางที่ธุรกิจจะดำเนินต่อไป ยกตัวอย่างเช่น เป้าหมายของธุรกิจร้านอาหารในลาวคือ ขายอาหารให้ได้ตามยอดขายที่ตั้งไว้ เมื่อเรารู้ถึงเป้าหมายที่แน่ชัดของธุรกิจร้านอาหารแล้ว สิ่งที่ควรทราบต่อไปก็คือ วิธีการสร้างรายได้ของธุรกิจ นักลงทุนจะต้องวิเคราะห์วิธีการสร้างรายได้ของธุรกิจว่า เหมาะสมกับตัวธุรกิจนั้นหรือไม่ เพราะวิธีการสร้างรายได้เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหารในลาวสามารถที่จะตั้งราคาอาหารที่แพงขึ้นจากบรรยากาศร้านและการเพิ่มสิ่งบันเทิงต่างๆได้หรือไม่ ร้านอาหารต้องการขายในราคาถูกแต่ขายได้เยอะหรือขายได้น้อยลงแต่ตั้งราคาต่อจานมากขึ้น เป็นต้น การดำเนินงานของธุรกิจถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ สำหรับการวิเคราะห์การดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหารในลาวนั้น นักลงทุนสามารถสังเกตได้จาก จำนวนสาขาครอบคลุมหรือไม่ ทำเลที่ตั้งเหมาะสมหรือเปล่าและมีลูกค้าจำนวนมากหรือไม่ที่ต้องการมาใช้บริการ เป็นต้น ซึ่งคำตอบของคำถามเหล่านี้จะทำให้นักลงทุนสามารถประเมินผลการดำเนินงานของตัวธุรกิจได้ว่าดีหรือไม่

สำหรับสามข้อที่ผ่านมานี้จะทำให้นักลงทุนมีความเข้าใจในตัวของธุรกิจมากขึ้น ส่วนในข้อสุดท้าย นักลงทุนจำเป็นต้องวิเคราะห์ ตำแหน่งของตัวธุรกิจที่นักลงทุนสนใจกับคู่แข่ง เราปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจร้านอาหารในลาวมีการแข่งขันสูง เนื่องจากในปัจจุบันนี้ มีร้านอาหารในลาวมากมายให้เราเลือกรับประทาน แต่หากลองเปลี่ยนมาดูอุตสาหกรรมอื่น เช่น อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ จะพบว่ายี่ห้อของคอมพิวเตอร์ไม่ได้มีให้เลือกมากมายเหมือนร้านอาหาร ยี่ห้อที่เห็นกันโดยทั่วไป เช่น Acer, Apple, Dell, Samsung  เป็นต้น นั่นอาจหมายถึง อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์มีการแข่งขันที่ไม่รุนแรงเท่ากับธุรกิจร้านอาหารในลาว แต่อีกความหมายหนึ่งก็คือ การแข่งขันในอุตสาหกรรมทั้งสองมีความเสี่ยงแตกต่างกัน การที่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เมื่อเทียบกับร้านอาหารในลาวดังนั้นความเสี่ยงสำหรับอุตสาหกรรมผลิตคอมพิวเตอร์ย่อมมีมากกว่าร้านอาหารในลาวแน่นอนและการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์อาจจะยากกว่า ส่งผลให้มีสินค้าให้เลือกในตลาดน้อยกว่า การแข่งขันทางราคาน้อยกว่า ที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินว่า ธุรกิจอยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถรับมือกับการแข่งขันในตลาดได้ดีหรือไม่และสามารถรับมือได้ในระดับใด

การแข่งขันขายถุงพลาสติกทางอุตสาหกรรมมีมากขึ้นในปัจจุบันนี้

ถุงพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายได้เองง่ายอย่างที่คุณคิด

การขายถุงพลาสติกจัดเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผู้ขายมากรายผู้ผลิตมีการแข่งขันกันเองภายในอุตสาหกรรมซึ่งเป็นการแข่งขันที่สูงมาก โดยกลยุทธ์ที่สำคัญจะเป็นการแข่งขันที่มิใช่ราคาคือแข่งขันในด้านรูปแบบ ความทนทาน คุณสมบัติเฉพาะระดับเทคโนโลยีและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น บางรายเน้นผลิตถุงพลาสติกที่ย่อยสลายง่าย ไม่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมนานหรือบางรายเน้นผลิตและขายถุงพลาสติกชนิดทนทาน สามารถนำมาใช้ซ้ำๆ ได้หลายครั้งหรือสามารถรีไซเคิลได้ดีด้วยการนำมาหลอมเป็นวัตถุดิบผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ ได้ เป็นต้น นอกจากนี้การขายถุงพลาสติกยังมีแนวโน้มการแข่งขันที่มากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่สามารถผลิตได้ง่าย เทคโนโลยีไม่ซับซ้อนและสามารถใช้การผลิตขนาดเล็กก็ทำได้

การเข้าสู่อุตสาหกรรมของผู้ประกอบการรายใหม่สามารถทำได้ไม่ยากนัก เนื่องจากใช้เงินลงทุนในเครื่องจักรไม่สูงทั้งด้านการผลิตและการตลาด รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ซับซ้อน ส่งผลให้มีผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจำนวนมาก อุตสาหกรรมการขายถุงพลาสติกมีการแข่งขันทั้งกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เช่น ถุงกระดาษ กระสอบป่าน เป็นต้นในกรณีนี้ อุตสาหกรรมถุงพลาสติกมีความสามารถการแข่งขันที่ดีเนื่องจากขายถุงพลาสติกมีคุณสมบัติที่หลากหลายในทั้งด้านขนาด ความทนทาน ราคาและรูปแบบสีสันต่างๆ ทำให้ใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นได้ดี

เนื่องจากในประเทศไทยมีผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายใหญ่เพียง 3 รายคือ บริษัทบางกอกโพลีเอทธิลีน บริษัทไทยโพลีเอทธิลีนและบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) ในขณะที่ความต้องการใช้เม็ดพลาสติกนั้นมีหลากหลายและปริมาณมาก จากทั้งการนำไปผลิตและขายถุงพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ ทำให้ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกมีอำนาจต่อรองสูงและมักเกิดเหตุการณ์เม็ดพลาสติกขาดตลาด เนื่องจากมีผู้ผลิตมากรายและคุณภาพสินค้าที่ไม่ต่างกันมากประกอบกับธุรกิจในกลุ่มนี้ไม่มีการสร้างตราสินค้าที่จะช่วยให้เกิดความจงรักภักดีต่อยี่ห้อผู้ซื้อจึงมีอำนาจในการต่อรองราคาสูง

ประโยชน์ของเมล็ดเจียที่มีมากกว่าที่เราทราบกัน

health (5)

เมล็ดเจียมีมานานแล้วก่อนที่จะได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ (หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเมล็ดเจียคือเมล็ดแมงลัก แต่เมล็ดพืชสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันนะคะ) เชื่อกันว่าเมล็ดเจียคืออาหารหลักของชาวแอซเท็กโบราณและชาวมายา และเป็นเมล็ดพืชที่ให้พลังงานสูงมากพวกเขาจะรับประทานเมล็ดเจียก่อนที่จะทำศึกสงคราม เส้นใย 11 กรัมบวกกับโปรตีน 4.4 กรัมในเมล็ดเจียจะช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักโดยทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น นอกจากนี้เมล็ดเจียยังสามารถดูดซึมน้ำได้มากกว่าน้ำหนักของตัวเองถึง 10 เท่า ทำให้มีสารอาหารเต็มเปี่ยมซึ่งสามารถนำไปใส่ในเครื่องดื่มสมูธตี้และขนมอบของคุณได้ แต่อย่ารับประทานมากเกินไปมิเช่นนั้นคุณสมบัติของเส้นใยอาจทำให้ท้องไส้ของคุณปั่นป่วนได้ เมล็ดเจียมีสารอาหารที่จำเป็นอย่างหนึ่งซ่อนอยู่นั่นก็คือแมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยรักษาระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลให้ต่ำอยู่เสมอ และถ้าระดับแมกนีเซียมในร่างกายต่ำก็เป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะและเหนื่อยล้าง่าย นอกจากนี้เมล็ดเจียยังอุดมไปด้วยทริปโตเฟน (พบได้ในไก่งวงของคุณย่าในวันขอบคุณพระเจ้า) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้ร่างกายผลิตสารเซโรโทนินและช่วยต่อสู้กับความเครียด

เมล็ดพันธุ์พืชขนาดจิ๋วเหล่านี้มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีมากกว่าในปลาแซลมอนเสียอีก แถมยังช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ด้วย ไขมันดังกล่าวจะช่วยบำรุงผิวหนัง, เส้นผมและเล็บ ที่สำคัญช่วยลดอาการอักเสบบวมแดง รวมทั้งกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้อีกด้วย เอาล่ะเชิญกล่าวทักทายผิวพรรณอันผ่องใสกันได้เลย การรับประทานเมล็ดเจียเพียงหนึ่งหน่วยบริโภคก็ได้รับแคลเซียมมากถึงเกือบร้อยละ 20 ของปริมาณที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวันแล้ว (หากเทียบด้วยน้ำหนักเท่ากัน เมล็ดเจียจะมีแคลเซียมมากกว่านม) เมล็ดเจียคือทางเลือกที่วิเศษสำหรับผู้ที่ไม่ดื่มนม การได้รับแคลเซียมที่เพียงพอจะหมายถึงกระดูกและฟันที่แข็งแรง ยังไม่รวมถึงช่วยเพิ่มการผลัดเซลล์ผิวและความชุ่มชื้นอีกด้วย บลูเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงแต่คราวนี้ถึงตาเมล็ดเจียออกโรงแล้ว หนึ่งหน่วยบริโภคของเมล็ดเจียประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าบลูเบอร์รี่ถึง 3 เท่า สารต้านอนุมูลอิสระมีประโยชน์ต่อสุขภาพเนื่องจากพวกมันจะช่วยให้เซลล์ในร่างกายต่อสู้กับสารอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ (อย่าลืมใช้บำรุงผิวพรรณของคุณเป็นประจำทุกวันด้วยนะ) เราควรขบเคี้ยวเมล็ดพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารเหล่านี้หลังจากที่รับประทานอาหารเม็กซิกันเค็มปี๋ทำไมน่ะเหรอ เพราะสารโปแตสเซียมในเมล็ดเจียจะช่วยลดอาการบวม

การเรียน TOEFL จะความรู้และเทคนิคในการสอบภาษาอังกฤษ

images (2)

ในปัจจุบันเรียน TOEFL ก็มีหลายตัวดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกเวอร์ชั่นไหนสอบก็ขอให้หารายละเอียดและข้อแตกต่างของแต่ละเวอร์ชั่นกันก่อนขอเริ่มที่เวอร์ชั่นที่เป็นที่แพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบันก่อนนะคะ เวอร์ชั่นนี้เรียกว่าเรียน TOEFL iBT (TOEFL Internet-Based Test) เป็นข้อสอบที่ต้องทำผ่านทางคอมพิวเตอร์ โดยการจัดการตัวข้อสอบจะทำผ่านระบบอินเตอร์เนต โดยข้อสอบเวอร์ชั่นนี้จะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ฟัง พูด อ่าน และเขียน ซึ่งระดับความยากจะเป็นระดับเดียวกับภาษาอังกฤษที่ใช้ในมหาวิทยาลัยและระยะเวลาในการสอบคือประมาณสี่ชั่วโมงครึ่ง ในเมืองไทยจะเริ่มตั้งแต่ 9.00 น. ไปจนถึงประมาณ 13.30 น.

เนื่องจากข้อสอบ iBT ได้รับการยอมรับแพร่หลายจัดว่าเป็น Global Test ดังนั้นผู้ที่จะนำผลคะแนนไปใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ รองลงมาก็จะเป็นคนที่นำคะแนนไปใช้ในการสมัครยื่นหลักสูตรนานาชาติบางแห่งในเมืองไทย นอกจากนี้ก็ยังมีที่นำไปใช้ในการขอวีซ่า ยื่นขอทุน หรือใช้ในการประเมินความสามารถด้านภาษาอังกฤษสำหรับองค์กรต่างๆอีกด้วย แต่สำหรับในบางประเทศที่ไม่สามารถจัดสอบในระบบ iBT ได้ ก็จะมีการจัดสอบเป็นการเรียน TOEFL pBT แทน ซึ่งเวอร์ชั่นนี้จะประกอบไปด้วย 3+1 ส่วน คือ สามส่วนแรก คือ listening reading และ Structure and Written Expression และอีกหนึ่งส่วนเรียกว่าข้อสอบ TWE หรือก็คือ writing นั่นเอง ซึ่ง TWE นี้เป็นส่วนที่บังคับว่าถ้าจะสอบ pBT แล้วต้องสอบ TWE ด้วยข้อสอบใช้เวลาทั้งหมดสี่ชั่วโมง

การสอบและเรียน TOEFL เป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับคนต่างชาติที่ไม่ได้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เพื่อนำผลคะแนนไปยื่นกับสถาบันการศึกษาที่หมายตาเอาไว้ โดยใช้เป็นส่วนหนึ่งในคุณสมบัติที่ใช้สมัครเรียนระดับต่างๆ การเรียน TOEFL ในอดีตประกอบด้วย 2 แบบ คือ สอบแบบที่ใช้กระดาษในการทำข้อสอบและการสอบที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำข้อสอบ กระทั่งปี 2005 ได้เปลี่ยนแปลงการสอบให้สอบผ่าน อินเตอร์เน็ต โดยเลิกใช้การสอบทั้ง 2 แบบ การสอบแบบ iBT TOEFL เป็นการสอบทักษะภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ เป็นการสอบที่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษทั้งการพูด ฟัง อ่าน และเขียนในการสอบ โดยการสอบแต่ละส่วนจะเชื่อมโยงกันทั้งหมด ผู้สอบต้องตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดทั้งหมด เพราะหมายความว่าเราจะตอบ พูด หรือเขียนไม่ได้เลยถ้าไม่ตั้งใจฟังตั้งแต่แรก คะแนนเต็ม 120 คะแนน

คอลลาเจนผง bella colla สกัดมาจากเกล็ดปลาน้ำจืดที่ได้รับการควบคุมเฉพาะเท่านั้น

10627-1

bella colla คือ คอลลาเจนผง สกัดจากเกล็ดปลาแท้ 100% ใช้ดื่มผสมกับเครื่องดื่มที่ท่านชื่นชอบ วันละ 1-2 ช้อนชา เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยฟื้นฟู บำรุงผิวพรรณ บำรุงไขข้อ และช่วยบำรุงสุขภาพ ผม เล็บ ต่างๆ bella colla เป็นคอลลาเจนผง (Hydrolized Collagen) ที่สกัดมาจากเกล็ดปลาแท้ ธรรมชาติ 100% มีโมเลกุลเล็กดูดซึมได้ง่าย ควบคุมการผลิตโดยบริษัทญี่ปุ่น ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับอาหารมากมาย คุณภาพสูงส่งออก ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ฯ และเป็นผลิตภัณฑ์คอลลาเจนยี่ห้อเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับรางวัล เหรียญทองสูงสุด (Grand Gold Award) จากสถาบันการันตีคุณภาพอาหารระดับโลก Monde Selection ปี 2013

bella colla เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มีตลาดหลักเป็นตลาดต่างประเทศ (ญี่ปุ่น จีน เกาหลีฯ) จึงไม่ค่อยเห็นวางขายทั่วไปนัก ตลาดของ bella colla ในต่างประเทศเป็นตลาดที่ใหญ่ มีการผลิตส่งออกเป็น Mass Production ผลิตเป็นจำนวนมาก จึงจัดจำหน่ายได้ในราคาถูก และเนื่องจากในประเทศ ไม่เน้นการโฆษณา ซึ่งทำให้สามารถลดต้นทุนการโฆษณา การจ้างพรีเซนเตอร์ การทำแพคเกจราคาแพง ลงไปได้อีกมาก คอลลาเจนผง bella colla สกัดมาจากเกล็ดปลาน้ำจืด ที่ได้รับการควบคุมเฉพาะเท่านั้น โดยในกระบวนการผลิต เบลลา คอลลา มีการควบคุมตั้งแต่การเพาะเลี้ยงปลา สถานที่เลี้ยง พันธุ์ปลา ไปจนถึงการคัดเลือกเกล็ดที่จะนำมาใช้ โดยจะต้องเป็นเกล็ดที่ได้ขนาดตามมาตรฐานของบริษัท ซึ่งทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน ที่มีมาตรฐานสูงและได้ประโยชน์ครบถ้วน ไม่มีอันตราย สามารถบริโภคได้แม้ผู้ที่แพ้อาหารทะเล

Collagen จากแหล่งอื่นๆ เช่น Collagen จากปลาทะเล ปลาทะเลในกรณีที่เป็นปลาที่จับตามธรรมชาติมีปลาบางชนิดที่ไม่รู้พันธุ์ปลาหรือแหล่งที่อยู่อาศัย ทำให้ยากในการควบคุมมาตรฐานของสินค้าและอาจเกิดอันตรายในกรณีที่ปลาเหล่านั้นเป็นพาหะของโลหะหนัก ทำให้เราบริโภคโลหะเหล่านั้นเข้าไปได้โดยไม่รู้ตัว Collagen จากหนังปลาเนื่องจากหนังปลามีไขมันอยู่มาก ทำให้การทำความสะอาดเพื่อนำมาสกัดเป็นไปได้ยากลำบากทำให้มีผลด้านความสะอาดต่อผลิตภัณฑ์ได้ Collagen จากหมูและวัวหมูและวัวมีโอกาสติดโรคได้ง่ายทำให้มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของสินค้าได้ แต่ถ้าคอลลาเจน bella colla คุณจะได้คุณสมบัติที่ดีต่อผิวพรรณของคุณ

หน้าที่ของสายพานทั้งเครื่องยนต์และเครื่องจักรที่เราไม่รู้มาก่อน

e6

หน้าที่ของสายพานไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์หรือเครื่องจักรชนิดไหนล้วนนำสายพานมาใช้งานแทบทั้งสิ้น เนื่องจากสายพานทำหน้าที่ส่งกำลังจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างดีและไม่เสียพลังงานระหว่างทางมากนักสายพานมีหลายชนิดแต่ละชนิดก็เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับสายพานหน้าเครื่องยนต์นั้นมักนิยมใช้สายพานแบบลิ่มเนื่องจากมีลักษณะแบนทำจากวัสดุเส้นใย ธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ ห่อหุ้มด้วยยางผ่านกรรมวิธีทางเคมีจึงมีความเหนียวมีความทนทานเป็นอย่างมากสายพานมีหน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มีทั้งแบบร่องเดียวและหลายร่องโดยมีตัวเลขบอกขนาดต่างๆ เช่น 5PK890 หมายถึง แบบ 5 ร่อง ยาว 890 มม. หรือ 9.5×975 หมายถึง แบบร่องเดียว ขนาดร่องหนา 9.5 มม. ยาว 975 มม. เป็นต้น

รถสมัยก่อนมักมีสายพานหน้าเครื่องหลายเส้นระหว่างการใช้งานต้องหมั่นปรับตั้งความตึงกันบ่อยๆ แถมยังมีอายุของการใช้งานที่ไม่นานนักด้วย แต่สมัยนี้สายพานหน้าเครื่องมีเพียง 1-2 เส้นเท่านั้น สายพานแบบนี้เรียกว่าเซอร์เพนไทน์สายพานนี้ถูกออกแบบให้ใช้ขับเคลื่อนทุกอย่างได้ในเส้นเดียวไม่ว่าจะเป็น ไดชาร์จ, คอมพเรสเซอร์แอร์ ปั๊มเพาเวอร์ ฯลฯ ทำให้ทำงาน ได้ราบเรียบไม่ซับซ้อนและยังมีลูกรอกที่สามารถปรับตั้งสายพานได้อัตโนมัติโดยลูกรอกนี้จะปรับให้ สายพานอยู่ในสภาวะที่ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไปตลอดการใช้งานซึ่งสภาพการทำงานดังกล่าวนี้ทำให้สายพานมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนได้อีกด้วย

การดูแลสายพานหน้าเครื่องนั้นง่ายมากเนื่องจากสายพานอยู่ในตำแหน่งมองเห็นได้ง่ายถ้าได้ยินเสียงดังจากสายพานอันดับแรกควรเชคระยะตึงของสายพานก่อน โดยต้องมีความตึงพอประมาณไม่ตึงมากจนเกินไปเพราะถ้าตึงเกินไปก็กินกำลังเครื่อง เกินจำเป็นแต่ถ้าหย่อนเกินไปก็ส่งถ่ายกำลังไม่เต็มที่ แถมยังทำให้เกิดเสียงได้จากการเสียดสีกันระหว่างสายพานกับพูลเลย์ได้อีกด้วย ในบางครั้งเมื่อมีการโหลดของเครื่องยนต์มากๆ เช่น หมุนพวงมาลัยสุดก็จะทำให้เกิดเสียงได้ ดังนั้นการตั้งสายพานให้อยู่ในระยะที่พอดีเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดสายพานหน้าเครื่องโดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 50,000 กม. หรือประมาณ 2-3 ปี สายพานที่ดีต้องไม่มีรอยแตกลายงาที่เนื้อยางดังนั้นถ้าตรวจพบสายพานแตกเป็นบั้งๆ แล้วละก็เปลี่ยนใหม่ได้เลย